การเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ ปัจจุบันเครื่องฟอกอากาศเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมนำมาใช้สำหรับในการกำจัดฝุ่นละออง ละอองเกสร สารก่อภูมิแพ้ ไอระเหยของสารเคมี กลิ่นควัน กลิ่นบุหรี่ เชื้อรา และแบคทีเรีย ภายในบ้านเรือน ห้องนอน สำนักงาน โรงพยาบาล โรงแรมต่าง ๆ  โดยมีเครื่องฟอกอากาศหลากหลายรูปแบบวางจำหน่ายในท้องตลาด ในการเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศควรเลือกซื้อให้เหมาะสมกับการใช้งาน ซึ่งต้องพิจารณาถึงสมบัติเฉพาะตัวของเครื่องฟอกอากาศ ดังนี้

การเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ

การเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศ

ขนาดพื้นที่ที่จะใช้งาน

          เครื่องฟอกอากาศโดยทั่วไปจะมีการบอกพื้นที่การใช้งานที่เหมาะสมกับเครื่องฟอกอากาศแต่ละรุ่น โดยขนาดพื้นที่ระบุควรสัมพันธ์กับปริมาตรอากาศที่ต้องการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นควรมีการดูรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติม ได้แก่  แรงลมของเครื่องฟอกอากาศ เช่น 500 CFM, 1,000 CFM (ลูกบาศก์ฟุตต่อนาที) โดยถ้าแรงลมของเครื่องฟอกอากาศสูงก็จะสามารถมีอัตราการเปลี่ยนแปลงอากาศได้ดีกว่า โดยต้องเหมาะสมกับพื้นที่การใช้งาน เช่น สำนักงาน ควรมีอัตราการเปลี่ยนแปลงอากาศอยู่ที่ 5 รอบต่อชั่วโมง

ประสิทธิภาพการกรองอากาศ

          ปัจจุบันมีการบอกประสิทธิภาพการกรองของเครื่องฟอกอากาศตามมาตรฐานของ AHAM ที่เรียกว่า ค่า Clean Air Delivery Rate (CADR) ซึ่งจะมีหน่วยเป็น CFM เป็นค่าที่บอกประสิทธิภาพในการลดอนุภาคที่กระจายอยู่ในอากาศ โดยถ้าค่า CADR ยิ่งสูง แสดงว่ามีประสิทธิภาพในการกรองอากาศสูงด้วย ผู้ซื้อควรคำนึงถึงปริมาณนี้ด้วยนอกเหนือจากราคา และพื้นที่การกรอง

         

           นอกจากนี้ควรพิจารณาชนิดของแผ่นกรองอากาศว่าเป็นแผ่นกรองอากาศชนิดใด โดยแต่ละชนิดจะมีประสิทธิภาพในการกรองที่แตกต่างกันตาม CLASS ของแผ่นกรองอากาศ ดังนี้

 

ชนิดแผ่นกรอง ประสิทธิภาพ ระดับอนุภาคที่ใช้บอกประสิทธิภาพ
E10 > 85 % 0.3 ไมครอน
E11 > 95 % 0.3 ไมครอน
E12 > 99.5 % 0.3 ไมครอน
H12 >99.95 % 0.3 ไมครอน
H13 > 99.995 % 0.3 ไมครอน
H14 > 95.9995 % 0.3 ไมครอน
U15 > 99.9995% 0.1 ไมครอน
U16 > 99.99995% 0.1 ไมครอน

ขั้นตอนการกรองอากาศ

เครื่องฟอกอากาศมีการออกแบบให้มีการกรองอากาศด้วยขั้นตอนการกรองอากาศที่หลากหลาย ได้แก่

  • แผ่นกรอง Pre-filter    มีหน้าที่กรองอนุภาคขนาดใหญ่
  • แผ่นกรอง HEPA/ULPA มีหน้าที่กรองอนุภาคขนาดเล็ก ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับชนิดของแผ่นกรอง
  • แผ่นกรองซีโอไลท์       มีหน้าที่ดูดซับแก๊ส และสารเคมีต่าง ๆ
  • แผ่นกรอง ACTIVATED CARBON มีหน้าที่ดูดซับแก๊ส สารเคมี กลิ่น ไอระเหยของสารเคมี และควัน
  • หลอด UV มีหน้าที่เพิ่มประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรคในอากาศ
  • ไอออน มีหน้าที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในกรองอนุภาค ทำให้อนุภาคในอากาศตกลงบน แผ่นกรองอากาศ
  • โอโซน มีหน้าที่กระบวนการแตกตัวของอะตอมออกซิเจน และรวมตัวเป็นโมเลกุลใหม่

ให้ผลในการฆ่าเชื้อโรค เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัสต่างๆ อย่างได้ผลรวมถึง                

การสลายกลิ่น ไอระเหยของสารเคมี แก๊สพิษต่างๆ

Cr. http://en.wikipedia.org/wiki/File:HEPA_Filter_diagram_en.svg

พื้นที่กรองของแผ่นกรองอากาศ

          แผ่นกรองอากาศถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของกรองอากาศ ดังนั้นผู้ซื้อควรพิจารณาในรายละเอียด โดยอีกหนึ่งปัจจัยที่มีผลต่อการกรองอากาศ คือ พื้นที่ของแผ่นกรองอากาศ  ถ้าแผ่นกรองอากาศมีพื้นที่กรองกรองมากนั่นหมายความว่าสามารถดักจับอนุภาคได้มากขึ้น

ติดต่อสอบถาม

Facebook
Facebook
Google+
https://www.sod.co.th/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9f%e0%b8%ad%e0%b8%81">

ลิงค์แบบขอใบเสนอราคา

ลิงค์แบบขอใบเสนอราคาเครื่องฟอกอากาศ

ผลิตภัณฑ์โอโซน